Tip 3DMAX การคำนวณแสง

posted on 21 Apr 2008 16:29 by besigum

   การใส่ไฟ skylight ซึ่งเป็นไฟที่ใส่แล้วจะทำให้ภาพดูสวยแต่การเรนเดอร์

ก็นานชิปๆ เช่นเดียวกัน และการที่จะทำให้ภาพที่ใส่ไฟสกายไลท์สวยขึ้นมาอีก

ก็ควรที่จะใส่การคำนวณแสงเข้าไปด้วย โดยกดF10/Advanced lighting

ปรับค่า lntial Sample Spacing เป็น 4*4

 

การทำแม็พopacity เอาไว้ทำต้นไม้ต่างๆตึกสถานที่ฉาก

เริ่มที่Photoshop

1.เปิดไฟล์ต้นแบบแช่นรูปทรงใบไม้ ไปที่ cHannels ตรง layers

2.กด ctrl ค้างแล้วคลิกที่ Aphal แล้วคลิกที่ Aphal แล้ว ctrl C

3.กลับมาที่เลเยอร์ กดctrl V จากนั้นสร้างเลเยอร์พิ้นหลังแล้วเทสีดำลงไป

4.เลือกเลเยอร์ที่เราจะให้ทะลุกด Ctrl L ปรับค่า Output Levels ให้มาทางขวาสุดแล้วเซฟ

5.เปิด3DMAXสร้างplan เพื่อจะกลางแม็พ กดM แล้วคลิกที่opacity เลือกไฟล์ที่เซฟไว้เมื่อกี้

แล้วมาเปลี่ยนสีตรง Diffuse ตามใจชอบหรือถ้าจะเอาลายก็ใส่แพอีกที แล้วเรนเดอร์ดูได้เลย

 

มหานคร

posted on 01 Apr 2008 09:16 by besigum

 เห่อ...เหนื่อยใจนี้แค่เพิ่งเริ่มต้นนะเนี่ย ฝึกงานแค่ 2 อาทิดแรกก็เศร้าสะละ

ไม่ใช้เรื่องงานหรอนะ แต่เดินทางเหนื่อยมากมาย  จากลาดกะบัง มา สามย่าน

พูดอีกอย่างคือจากชาลเมืองเข้าสู่มหานคร แต่ดีนะที่ยังมีหนทางให้เราเลือกเดินทางอยู่บ้าง

แต่ก็ใช้ว่าหนทางที่มานั้นจะสะดวกเสมอไป รถไฟ(ดังเดิม)เป็นทางเลือกแรกเพราะที่บ้าน

ไกลสถานีรถไฟ  แต่ก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเดินมาขึ้นรถไประยะทางประมาณ 2 กม.

แต่เดินเลื่อยๆก็ถือว่าออกกำลังกายตอนเช้า สบายๆ พอขึ้นรถได้ก็สบายขึ้นมาหน่อย

เพราะอนนี้เค้าเปลี่ยนมาเป็นรถแอร์แล้วค่าโดยสารก็จะหัวตะเข้มาหัวลำโพงราคา

25 บาท ใช้เวลาเดินทางมาประมาณ 2 ชม แล้วเรื่องบนรถก็ทำให้เราได้เห็นถึง

จิตใจของหมานุด ปัจจุบันนี้มาขึ้น ทุกคนที่ได้นั่งแถวริมทางตรงกลางจะแกล้งทำหลับ

กันหมด ทำไมผมถึงรู้ว่าเค้าแกล้งหลับอะเหรอเพราะผมดูอยู่อะสิเวลาถึงแต่ละสถานนี้เค้าก็จะลืมตาขึ้นมาดู

ว่าถึงไหนแล้วก็หลับตาต่อทำเหมือนกับว่าข้าอยู่คนเดียว น้ำใจ คำๆนี้คงถูกลบไปจากสังคมไทยแล้วมั้ง

และยิ่งไปกว่านั้นอันนี้เจอกับตัวเอง ผมยืนมาชม.กว่าพอมีที่ว่างเราก็มองดูรอบๆว่ามีผู้หญิงหรือ

เด็ก คนแก่ อยู่ไหมถ้ามีเราก็จะให้เค้านั่ง ทั่งที่ใจจิงอยากจะนั่งจะตายชัก ดันไปเจอเข้าจิงๆ

เราก็ให้เค้านั่ง แต่สิ่งที่ได้กลับมากับเป็นใบหน้าที่บึ่งตึงไม่มีการขอบคุณสักกะนิดเดียว แต่ก็ช่างมันเหอะ

เราไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว พอมาถึงหัวลำโพงประมาณ 9 โมงกว่าก็ต่อรถมาลงสามย่าน เพื่อมาที่ออฟิต

ทามงานก็ไม่มีอะไรต้องเครียดมากมายแค่เวลาคิดไม่ออกก็จะเครียดคนอื่นเค้าก็จะออกไปสูบบุหรีแต่เรา

มันไม่ได้สูบด้วยสิ เหอะไม่รู้จะหาทางออกยังไงเลย ก็ได้แต่เปิดเว็ปดูโน้นดูนี้ พอตกค่ำก็กลับบ้าน

หนทางช่างเลวร้ายกว่าขามาแต่มีสิ่ง ที่ทำให้สดชื่นอยู่เยอะกว่าเพราะต้องเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้า

ที่สยาม ก็จะมีสาวๆเพียบเลย น่าร๊ากทั้งนั้น แต่ก็ได้แต่มองอะคับไม่มีอะไรหรอก

     ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงอ่อนนุช ก็ต้องเดินอีกประมาณกิโลกว่าเพื่อไปขึ้นรถไปลาดกะบัง

ค่ารถธรรมดา 8.50/แอร์ 18 บาท เหอะๆปกติขึ้นแอร์เพราะร้อนเหลือเกินควันก็เยอะ

ถึงบ้าน สี่ทุ่ม ก็อาบน้ำกินข้าวนอน ไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะเหนื่อยมากแล้ว

คิดแล้วคิดถึงบางแสนสุดๆๆๆๆๆๆๆ แล้วทำให้เราปรับเปลี่ยนความคิดอะไรหลายๆอย่างไปเยอะ

เหอะๆเหนื่อยตอนพิมพ์นี้ยังไม่หายเหนื่อยเลยเพิ่งมาถึงที่ทำงาน ก็มีเวลานิดหน่อยได้นั่งพักเลยขอระบายหน่อย

รวมค่าใช้จ่าย/วัน รถไฟ                       25

                         รถเมล์                      16

                         รถไฟฟ้าซื้อตั๋วเดือน  15

                         รถไปลาดกะบัง          18

                         กินข้าว                     30

                           รวม                       104   

แต่ก็ต้องขอบคุณพี่เจ้าของบริษัทที่ช่วยค่าเดินทาง....ขอบคุณจิงๆคับ

                    

 

 

ติวเตอร์ 2

posted on 28 Mar 2008 18:21 by besigum

ทำสปิงให้โมเดล
1.สร้างโบน2ชิ้นหัวกับส่วนที่จะให้สปิง
2.ลิงค์กระดูกส่วนที่แยกออกมาเข้ากะหัว
3.ใส่เอ็นให้กับส่วนที่จะสปิง
4.สร้างดัมมี่ขึ้นมาแล้วสปิงที่ดัมมี่โดยเลือกที่Animation/Position controllers/spring
5.ลิงค์ดัมมี่เข้ากับหัวแล้วเอาดัมมี่ไปว่างไว้ที่เอ็นของกะดูกที่จะให้สปิง
6.ลิงค์เอ็นกระดูกที่แยกออกมาจากหัวเข้ากับดัมมี่ แล้วลองขยับหัวดูว่าเกิดสปิงไหมถ้าไม่ก็ลองดูใหม่
  555+จบข่าว

ส่วนการปรับแต่งก็ลองดูที่โมดิฟาย
ที่Spring Dynamics
  Mass คือค่าน้ำหนักของสิ่งที่เรากำลังให้มันสปิงคือถ้ายิงมากน้ำหนักก็จะเบาแล้วจะสปิงเยอะ
            ถ้าน้อยก็จะหนักมาแล้วจะไม่ค่อยสปิง
Drag คือการคุมความกวางของสปิงว่าจะให้สูงต่ำแค่ไหน

edit @ 28 Mar 2008 18:34:49 by BeSiGuM

ติวเตอร์

posted on 11 Mar 2008 17:24 by besigum

ปรับภาพให้ชัด 

กด F10 ไปตรงแท๊บ Renderer ตรง Filter Size ปรับให้เป็น 1.0 ครับ
ปกติ Filter Size จะอยู่ที่ 1.5 ครับ

แต่ที่จิงเค้าจะเรนเดอร์เป็น รูปแล้วค่อยเอามาเรียงอีกทีอ่ะครับ
เพราะบางครั้งถ้าไฟล์เสียช่วงไหนก็จะแก้ไขได้ครับ
แต่ถ้าเป็นไฟล์อนิเมท ไม่เยอะ (ถ้าเอาแบบมาดูเล่นๆ ก็เป็นไฟล์ AVI ก็ได้ครับ)

ขนาดไฟล์ที่จะ Render ควรจะเป็น 720*576 นะครับ เลือกตรง Output Size
เปลี่ยน Custom ให้เป็น PAL D-1 (video)

อย่าลืมเผื่อตกขอบด้วยนะครับ 

 ทำเพชร

ก็เมื่อเราทำ โมเดลที่เป็นเพชรเสร็จแล้ว
ก็ใส่ แมททีเรียล ให้เป็นแบบแก้ว คือ

>new>reflact/refract หรือ raytrace เสียก่อน

เลือก 2-sided และ faceted ใน material editer

เปลี่ยน ambient เป็นสี ดำ ก่อน

ใน parameter ของแสง ก็เปลี่ยนชนิดของเงาเป็น raytrace shadow

แล้วปรับ caustic photons ให้มากเข้าไว้ตามที่พอจะรอเรนเดอร์ได้นะบอกไว้ก่อน

แล้วคลิกขวาที่ object ที่ต้องการเป็นเพขร เลือก properties
ที่ mental ray tab ให้เลือกเพิ่มที่ generate caustic

ต่อมาก็ที่หน้าต่างเรนเดอร์ ก็
ให้เลือกเป็นปลักอินเรนเดอร์ เป็น mental ray และใน illumination tab ก็คลิกเลือกหัวข้อเป็น
caustic แล้วปรับ sample ให้มากเท่าทีรอเรนเดอร์ได้เช่นกัน

 

edit @ 11 Mar 2008 17:35:52 by BeSiGuM

The BoY

posted on 05 Mar 2008 17:01 by besigum

 

 

  

 

เดอะ บอย เป็นรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ยากจนอาศัย

อยู่กะท่อมท้ายหมู่บ้าน วันๆเค้าจะเล่นอยู่แต่แถวกะท่อมไม่เคยได้ออกไปไหนมาไหนเพราะ

ไม่มีเงิน อยู่มาวันหนึ่ง เค้าได้พบกับนกซึ่งมันพูดได้ เจ้านกตัวนั้นได้ชวนเค้า

เข้าไปในป่าไปหาอะไรเล่นกัน แล้วสิ่งที่เจ้านกตัวนั้นพาเค้าไปเจอคือ จักรยานเก่าซึ่ง

มันไม่น่าจะขี่ได้แล้วแต่ทั้งคู่ก็เอามันมาซ่อม จนสามารถใช้งานได้อีก

และตอนต่อไปจักรยานคันนี้แหละจะพาพวกเค้าทั้ง 2 เข้าไปผจนภัยในเมือง

เพราะจักรยานนี้ บินได้ 

    เหอะๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไปแต่สิ่งที่ต้องการให้คนที่ดูรู้ก็คือ

ของทุกอย่างมีคุณค่า ไม่ว่าจะเก่าจะใหม่ถ้าเรารู้จัก นำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์มันก็

สามารถใช้งานได้อีกนาน  แล้วอีกอย่างโลกร้อนปัจจุบันเป็นปัญหาที่ทุกคนลีกเลี่ยงไม่ได้

พวกเราทุกคนเป็นคนสร้างมันขึ้นมาดังนั้นเราจึงควรต้องช่วยกัน แก้ไขให้มันดีขึ้น

 

 

edit @ 10 Mar 2008 19:39:00 by BeSiGuM